พระราชทานเพลิงศพ "อุกฤษฏ์" นักวิจัยไบโอเทค เหยื่อทีนเอจตีนผี



คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


ศูนย์ข่าวศรีราชา- พระราชทานเพลิงศพ "อุกฤษฏ์ รัตนโฉมศรี" นักวิจัยหนุ่มไบโอเทค สุดเศร้า หลังสังเวยชีวิตเหตุสาว 17 ควบเก๋งชนท้ายรถตู้ ขณะที่ญาติพี่น้องยังทำใจไม่ได้ร้องไห้ระงม ด้าน ภรรยา วอนคู่กรณีให้ออกมาขอโทษอย่างจริงใจ ยันพร้อมให้อภัยหากสำนึกผิดจริง เตรียมตามเรื่องหลังพิธีศพสามี
       
       วันนี้ (2 ม.ค.) ที่วัดบางพระราชวรวิหาร ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ดร.ทวีศักดิ์ กออนันต์ตกูล ผอ.สำนักงานพัฒนาและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายอุกฤษฏ์ รัตนโฉมศรี นักวิจัยไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ วัยรุ่น 17 ควบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ท้ายรถตู้โดยสารจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บนทางด่วนโทลล์เวย์ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค.2553 ที่ผ่านมา โดยทางญาติได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ตั้งศพสวดอภิธรรม 5 คืน ซึ่งมีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้กว่า 500 คนท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวรัตนโฉมศรีและคนที่มาร่วมงาน
       
       นางสุภัชส์ศวีร์ รัตนโฉมศรี ภรรยาของนายอุกฤษฏ์ เปิดเผยว่าได้แต่งงานกับนายอุกฤษณ์มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และมีบุตรชายด้วยกัน 1 คนคือ ด.ช.ภีมชยุติม์ รัตนโฉมศรี อายุ 3 ปี ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นคนรักครอบครัวมากโดยบุตรชายได้ฝากให้ปู่กับย่าดูแลอยู่ ที่บ้านบางพระ ส่วนตนเองกับสามีทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และจะมาเยี่ยมลูกทุกวันหยุดเป็นประจำ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทางครอบครัวรู้สึกตกใจและเสียใจที่สูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันกลับและทุกคน ในครอบครัวรัตนโฉมศรียังมีความโศกเศร้าเป็นอย่างมาก เพราะสามีเป็นเสาหลักของคนในครอบครัว ซึ่งตนเองนั้นคงต้องเลี้ยงลูกชายต่อไปเพียงคนเดียว
       
       “ส่วนเรื่องคู่กรณีตอนนี้ตนอยากให้ ออกมาขอโทษอย่างจริงใจ ในเมื่อผิดก็ให้ยอมรับผิด ไม่ใช่ให้คนในครอบครัวเป็นตัวแทนไปขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำขึ้นมา ซึ่งถ้าออกมาขอโทษอย่างจริงใจตนและครอบครัว ก็พร้อมให้อภัย ส่วนในเรื่องของรูปคดี ถ้าผลการสอบสวนออกมาถ้ามีความยุติธรรมแก่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ตนเองก็พร้อมจะยอมรับ แต่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะดำเนินการทวงความยุติธรรมให้ถึงที่สุด ซึ่งจนบัดนี้ทั้งคู่กรณีและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ซึ่งคิดว่าเมื่อเรียบร้อยจากงานศพสามีก็จะติดตามผลความคืบหน้าของคดีว่าเป็น อย่างไรบ้าง”นางสุภัชส์ศวีร์ ระบุ
       
       สำหรับประวัติของนายอุกฤษฏ์ รัตนโฉมศรี เกิดเมื่อวันทึ่ 14 กุมภาพันธ์ 2523 อายุ 31 ปี มีพี่น้อง 3 คน เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ นายอนันต์และนางรุจิตรา รัตนโฉมศรี สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เริ่มปฏิบัติงานที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2545 ในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัยห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอนไซม์หน่วยวิจัย เทคโนโลยีทรัพยากรชีวภาพและเป็นกำลังสำคัญของห้องปฎิบัติการมาตลอดระยะเวลา 8 ปีในการทำงาน
       
       ซึ่งการทำงานได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นคนเก่งคนขยันและเป็นคนดีให้ ความช่วยเหลือกับเพื่อนร่วมงานทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานตวามสามารถใน การทำวิจัยที่โดดเด่นโดยมีผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติจำนวน มากได้รับรางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์จากสภาวิจัยแห่งชาติในปี2551และในปี 2553ได้รับรางวัลExcellent Paper Award of the Society of Biotechnology Japan จากสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพและยังได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันการพัฒนาแนว ความคิดสู่ผลิตภัณฑ์ประจำปี 2553 ในเดือนพ.ย.2553 ที่ผ่านมาสร้างความสุขและความภูมิใจให้กับทุกคนในห้องปฏิบัติการตลอดมา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ประเทศไทยได้เสียบุคลากรที่มีคุณค่าทางการ วิจัยไปอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่นักวิจัยหนุ่มต้องมาเสียชีวิตด้วย เหตุการณ์แบบนี้


ข่าวล่าสุด ในหมวด
สังเวย 7 วันอันตราย ปราจีนบุรีตายแล้ว 2 ศพ
ตราดรวบแล้ว! หนุ่ม 19 ฆ่ารัดคอแฟนสาว
ญาติสุดเศร้า พระราชทานเพลิงศพ "อุกฤษฏ์" นักวิจัยไบโอเทค เหยื่อทีนเอจตีนผี
เมียยัน "สมเจตน์" ไม่ได้จุดพลุ เผยเพื่อนดาราเตรียมร่วมงานศพ
จราจรเมืองพัทยายังคล่องตัว-ผู้การ ตร.ทางหลวงเตือนผู้ขับง่วงจอดพัก


5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
ญาติสุดเศร้า พระราชทานเพลิงศพ "อุกฤษฏ์" นักวิจัยไบโอเทค เหยื่อทีนเอจตีนผี
เมียยัน "สมเจตน์" ไม่ได้จุดพลุ เผยเพื่อนดาราเตรียมร่วมงานศพ
“รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์” หวิดดับ ขับเก๋งหลบปิกอัพประสานงา “สิบล้อ” ตาย 2 สาหัส 1
คดีคลิตี้ : บทเรียนที่ไม่เคยจำของรัฐ-นักลงทุน
ชาวโคราช ฮือเผาหุ่น“ฮุนเซน” ประณามเหิมเกริมจับ 7 คนไทย

เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน

จำนวนคนอ่าน 11181 คน จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง




ดีมาก
  1 2 3 4 5  

1 2 3 4 5


 
ความคิดเห็นที่ 3 +104
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
40,000 บาท x 12 เดือน x 30 ปี = 14,400,000 บาท

(คิดแบบเงินเดือนไม่ได้ขึ้นตลอด 30 ปี)

เมพทีจเอจคงไม่มีปัญญาจ่าย แต่ครอบครัวเมพต้องจ่าย อย่าเบี้ยว
จ่ายให้ครอบครัวเค้าด้วย
ความคิดเห็นที่ 9 +66
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นไงล่ะ

ไม่ได้ทำให้คนหนึ่งเสียชีวิต

แต่ได้พรากเค้าไปจากภรรยาและลูกเค้าอีก เด็กอายุ 3 ขวบต้องกำพร้าพ่อ

ไม่ ได้จะซ้ำเติม แต่ดูเจตนาแต่แรก ทำไมครอบครัวยัยสาว 17 เนี่ย มันช่างเป็นคนเห็นแก่ตัว ใจดำ ไม่มีความเป็นคนเลย ถ้าไม่มีกระแสสังคม สงสัยหายไปเรียน usa สบายใจเฉิบแล้ว

เข้าใจว่าอย่างไงก็ไม่มีทางกลับ ไปแก้ไขได้ แต่ สาว 17 เคยคิดเอง หรือมีความเป็นคน ใจกล้าพอมั้ย ผิดไม่ผิดก็อีกเรื่อง แต่สปิริตของความเป็นคนน่าจะมีอยู่ในหัวใจบ้าง อย่างน้อยตั้งแต่เกิดเหตู จนมาถึงกระทั่งงานศพ ก็ไม่กล้า

ถ้าเป็นคนพอ ไม่ต้องรอให้ใครบอกหรอก โตๆ จนซิ่งรถได้ขนาดนี้ น่าจะมีสมองนะ
จะจำตระกูลนี้ไปตลอดว่ามันใจดำแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 33 +39
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าไม่ใช่ตระกูลนี้ เป็นชาวบ้านธรรมดา

สรยุทธมันคงเล่นประเด็นเรื่องดื่มสุรา เมาแล้วขับรถแน่ๆ

ดูอย่างเด็กแว๊นซ์สิ มันขุดคุ้ยสนุกปากกันใหญ่ ทีแพรวานี่เงียบกริป

ไม่พูดชื่อ-นามสกุลของแพรวาแม้แต่น้อย แถมยังบอกพวกในเน็ทให้เลิกโจมตีแพรวาอีกด้วย

ดูเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์แล้วหมดศรัทธาจริงๆ

ดูเรื
สื่อกาก
ความคิดเห็นที่ 28 +21
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยิ่งมีข่าวคุณงามความดี ความเก่ง ความขยัน ความเป็นคนดี เป็นอนาคต เป็นกำลังสำคัญของชาติ ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ออกมาเท่าใด

อ่านแล้วก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปเท่านั้น

จุกอก พูดไม่ออกค่ะ

สงสารลูกชายเค้ามากๆ ค่ะ ที่ต้องมากำพร้าพ่อแต่ยังเด็ก
เป็นพ่อที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย
เข้มแข็งนะคะ ทุกชีวิตที่เหลืออยู่ สังคมเป็นกำลังใจให้พวกคุณค่ะ
แม่ลูกสอง
ความคิดเห็นที่ 26 +19
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียนกลอนนี้ส่งวิญญาณทั้งเก้าดวง
ขึ้นสู่ห้วงสุคติวิมานสวรรค์
คนใจร้ายทำลาลับดับชีวัน
แถมตัวมันไม่สะทกสะท้านใจ
กระทันหันพลันครอบครัวต้องพลัดพราก
นั้าตาหลากเป็นสายเลือดมิเหือดหาย
ความเจ็บปวดสุดแสนที่จะบรรยาย
ต้องจากไปลาลับไม่กลับมา
หลับให้สบายเถิดนะไม่ต้องห่วง
เราจะทวงความยุติธรรมให้ท่านหนา
รวมพลังสู้กันต่อไปให้สัญญา
สู้จนกว่าความยุติธรรมจะกลับคืน
เหลืออด
Comments